จัดทำบทความโดย
นายพีระพล บุญญารัตนสถาพร เลขทะเบียน 4902100666
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.41% เมื่อเทียบกับยูโร แตะที่ 1.4282 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.4341 ยูโร/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 0.97% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 91.180 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 90.300 เยน/ดอลลาร์ นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.39% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0458 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.0417 ฟรังค์/ดอลลาร์ และดีดขึ้น 0.57% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.6049 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6141 ปอนด์/ดอลลาร์ ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.98% แตะที่ 0.8819 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับของวันศุกร์ที่ 0.8906 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 0.87% แตะที่ 0.7051 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.7113 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ นักวิเคราะห์จาก FXSolutions กล่าวว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจมากขึ้นหลังจากวุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฏหมายปฏิรูปด้านการดูแลสุขภาพ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสุขภาพทะยานขึ้นเนื่องจากร่างกฏหมายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผลกำไรของธุรกิจสุขภาพน้อยกว่าที่ประเมินกันไว้ในเบื้องต้น นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับข่าวบริษัท ซาโนฟี-เอเวนติส ประกาศแผนเข้าซื้อกิจการแชทเทม อิงค์ มูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ และข่าวบริษัท บูซีรัส อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ วางแผนเข้าซื้อกิจการบริษัท เทเร็กซ์ คอร์ป ซึ่งเป็นธุรกิจประเภทเดียวกัน มูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ รวมทั้งข่าวที่ว่า บริษัท สปายเคอร์ คาร์ส ยอมรับข้อเสนอใหม่ที่จะซื้อกิจการซาบจากเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโกเปิดเผยว่า ดัชนีกิจกรรมทางเศณษฐกิจทั่วประเทศเพิ่มขึ้นสู่ระดับ -0.32 จุดในเดือนพ.ย.จากระดับ -1.02 จุดในเดือนต.ค. นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันอังคาร กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายของจีดีพี Q3/2009 และสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติจะรายงานยอดขายบ้านมือสองเดือนพ.ย. วันพุธ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยรายได้และการบริโภคส่วนบุคคลเดือนพ.ย., มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายเดือนธ.ค.และกระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนพ.ย. วันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และกระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ย.
ที่มา.http://www.ryt9.com/s/iq03/768418
คำถาม
ข้อ1. นักวิเคราะห์จาก FXSolutions ได้วิเคราะห์ว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจมากขึ้นเนื่องจากสาเหตุอะไร
ข้อ2. กฏหมายปฏิรูปด้านการดูแลสุขภาพช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสุขภาพให้เพิ่มขึ้นเนื่องจากกฏหมายดังกล่าวส่งผลกระทบต่ออะไร
ข้อ3. บริษัท บูซีรัส อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ วางแผนที่จะทำอะไร
วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552
จัดทำบทความโดย
นาย ศิรณัฐ ศรีไพศาลนนท์ เลขทะเบียน 4902100611
เรื่อง ราคาน้ำมัน NYMEX ร่วงแตะ $68.86 เช้านี้ เหตุนักลงทุนวิตกเศรษฐกิจโลก
สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกที่สิงคโปร์ ร่วงลง 1.01 ดอลลาร์ หรือ 1.5% แตะที่ 68.86 ดอลลาร์/บาร์เลในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 9 และทำสถิติร่วงลงติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบ 8 ปี เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าการฟื้นตัวที่ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอาจฉุดรั้งดีมานด์เชื้อเพลิงและพลังงาน
สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 4 ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ -24 จุด จากไตรมาส 3 ที่ระดับ -33 จุด และมากกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลล์สำนักข่าวเกียวโดคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ -27 จุด แต่ดัชนีทังกันไตรมาส 4 ขยายตัวในอัตราที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอย เนื่องจากภาคเอกชนของญี่ปุ่นยังคงกังวลว่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นจะส่งผลให้กำไรของบริษัทหดตัวลงด้วย
ผลการสำรวจพบว่ากลุ่มผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นวางแผนที่จะลดการใช้จ่ายลงราว 13.8% ในปีงบประมาณ 2552 ทั้งนี้ก็เพราะเงินเยนที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ส่งผลให้กำไรและส่วนแบ่งตลาดของบริษัทส่งออกญี่ปุ่น รวมถึง โซนี่ คอร์ป หดตัวลงด้วย
นักลงทุนจับตาดูการประชุมโอเปคในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ที่ประเทศแองโกลา หลังจากรัฐมนตรีกลุ่มโอเปคออกมาส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการเพิ่มเพดานการผลิต โดย นายอาลี อัล ไนยมี รมว.พลังงานซาอุดิอาระเบียกล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และคาดว่าโอเปคจะยังไม่เปลี่ยนแปลงโควต้าการผลิตในการประชุมวันที่ 22 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ นายอาลีกล่าวว่าตลาดน้ำมันโลกมีเสถียรภาพ และภาวะผันผวนในตลาดก็อยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง
ที่มา : http://www.ryt9.com/s/iq11/764940
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อ 1. สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ร่วงแตะ 68.86 ดอลลาร์/บาร์เล เนื่องมาจากอะไร
ข้อ 2. ดัชนีทังกันไตรมาส 4 ขยายตัวในอัตราที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอย เนื่องจากเหตุใด
ข้อ 3. ภาวะเงินเยนที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ส่งผลให้กลุ่มผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น วางแผนที่จะรับมืออย่างไร
นาย ศิรณัฐ ศรีไพศาลนนท์ เลขทะเบียน 4902100611
เรื่อง ราคาน้ำมัน NYMEX ร่วงแตะ $68.86 เช้านี้ เหตุนักลงทุนวิตกเศรษฐกิจโลก
สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกที่สิงคโปร์ ร่วงลง 1.01 ดอลลาร์ หรือ 1.5% แตะที่ 68.86 ดอลลาร์/บาร์เลในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 9 และทำสถิติร่วงลงติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบ 8 ปี เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าการฟื้นตัวที่ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอาจฉุดรั้งดีมานด์เชื้อเพลิงและพลังงาน
สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 4 ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ -24 จุด จากไตรมาส 3 ที่ระดับ -33 จุด และมากกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลล์สำนักข่าวเกียวโดคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ -27 จุด แต่ดัชนีทังกันไตรมาส 4 ขยายตัวในอัตราที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอย เนื่องจากภาคเอกชนของญี่ปุ่นยังคงกังวลว่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นจะส่งผลให้กำไรของบริษัทหดตัวลงด้วย
ผลการสำรวจพบว่ากลุ่มผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นวางแผนที่จะลดการใช้จ่ายลงราว 13.8% ในปีงบประมาณ 2552 ทั้งนี้ก็เพราะเงินเยนที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ส่งผลให้กำไรและส่วนแบ่งตลาดของบริษัทส่งออกญี่ปุ่น รวมถึง โซนี่ คอร์ป หดตัวลงด้วย
นักลงทุนจับตาดูการประชุมโอเปคในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ที่ประเทศแองโกลา หลังจากรัฐมนตรีกลุ่มโอเปคออกมาส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการเพิ่มเพดานการผลิต โดย นายอาลี อัล ไนยมี รมว.พลังงานซาอุดิอาระเบียกล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และคาดว่าโอเปคจะยังไม่เปลี่ยนแปลงโควต้าการผลิตในการประชุมวันที่ 22 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ นายอาลีกล่าวว่าตลาดน้ำมันโลกมีเสถียรภาพ และภาวะผันผวนในตลาดก็อยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง
ที่มา : http://www.ryt9.com/s/iq11/764940
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อ 1. สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ร่วงแตะ 68.86 ดอลลาร์/บาร์เล เนื่องมาจากอะไร
ข้อ 2. ดัชนีทังกันไตรมาส 4 ขยายตัวในอัตราที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอย เนื่องจากเหตุใด
ข้อ 3. ภาวะเงินเยนที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ส่งผลให้กลุ่มผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น วางแผนที่จะรับมืออย่างไร
วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ข้าวจะยาก หมากจะแพง
จัดทำบทความโดย
นายอาทิตย์ นิรันดรธรากุล เลขทะเบียน4902100666
ตลาดหุ้นทั่วภูมิภาค รวมทั้งตลาดหุ้นไทยเริ่มส่ออาการสลบไสลไปไหนกันไม่เป็นจนหมดแล้ว เหตุผลหลักๆ ก็เนื่องจากราคาน้ำมันนั่นแหละ ช่วงนี้ยังส่งผลให้ตลาดทองคำโลกเริ่มปั่นป่วนตามไปด้วยแล้ว ตอนนี้จึงอย่าแปลกใจกันไปเลยถ้าหากจะมีคนขายทั้งหุ้น ขายทั้งทองคำ แล้วเก็บเงินกันไว้เฉยๆ อาจจะเป็นสัญญาณของปรากฏการณ์ "เงินฝืด" ที่กำลังจะเกิดขึ้น และเมืองไทยก็อาจจะมีปรากฏการณ์ทั้ง "เงินเฟ้อ" และ "เงินฝืด" เกิดขึ้นพร้อมกันก็ได้ และถ้าหากเกิดขึ้นจริงก็ยากจะอธิบายกันได้ว่า "ข้าวจะยาก หมากจะแพง" ขึ้นไปอีกเท่าไหร่ กระซิบกันได้แต่เพียงว่า "เตรียมตัวเตรียมใจ" กันไว้แต่เนิ่นๆ กันเถอะครับวิกฤติการณ์ที่สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันเริ่มส่งผลกระทบแผ่ขยายเป็นวงกว้างไปแล้ว โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมัน
หรือปั๊มน้ำมันนั่นแหละ เริ่มทยอยปิดตัวกันค่อนข้างมากแล้ว โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด อีกไม่นานก็คงจะได้ข่าวสายการบินในประเทศบางแห่งต้องมีการหยุดบินกันบ้างแล้ว เหตุผลง่ายๆ ก็คือ "ขาดทุน" ไงเล่าครับ?มีนักวิเคราะห์อาวุโสในแวดวงการเงินการธนาคารวิเคราะห์ไว้ว่า นี่คือสัญญาณเริ่มต้นของสงครามรูปแบบใหม่ ครั้งนี้เป็น "สงครามเศรษฐกิจ" ระหว่างชนชาติ ในแถบตะวันออกกลาง ซึ่งมีอาวุธสำคัญคือน้ำมัน ทำสงครามกับชาติฝั่งตะวันตก ซึ่งมีสหรัฐอเมริกา และพันธมิตรอีก 4 - 5 ชาติ อาศัยจังหวะที่เศรษฐกิจในสหรัฐกำลังถดถอยและตกต่ำ อาศัยกลไกทางการตลาด ทางการค้าช่วยกัน "ปั่นราคาน้ำมัน" กันขึ้นไป บีบให้ผู้คนในชาติตะวันตกเดือดร้อน พากันขายทรัพย์สินที่มีอยู่ออกมาให้หมด ไม่ว่าราคาจะถูกแสนถูกเท่าใดก็ขาย ส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวการที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่วโลกก็คือ "ราคาน้ำมัน" ที่แพงแสนแพงนั่นเอง โดยยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่าสงครามครั้งนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด แต่ที่ทุกคนควรรู้ในขณะนี้ก็คือ "ข้าวจะยาก หมากจะแพง" ยังไงเล่าครับ ขอย้ำอีกครั้ง เตรียมตัว เตรียมใจ กันไว้แต่เดี๋ยวนี้เสียเถอะครับ อย่างน้อยๆ เวลาได้รับผลกระทบจะได้ผ่อนจากหนักเป็นเบาในวงการค้าหุ้นช่วงนี้ก็อย่าแปลกใจไปเลยถ้าหากว่า ภายในระยะเวลา 2 - 3 สัปดาห์ หากมูลค่าการซื้อขายจะหดหายไปอย่างมาก ก็เพราะในสถานการณ์ "ข้าวยาก หมากแพง" แบบนี้นักลงทุน นักเก็งกำไรคงจะไม่มีกะจิตกะใจมาลงทุนกันเท่าไรนัก ยิ่งนักเก็งกำไรรายวันยิ่งไปกันใหญ่ พากันหลบไปดูบอลยูโรกันหมดแล้วครับ
คำถาม
1.อะไรเป็นสาเหตูหลักของปัญหาเศรฐกิจของบทความนี้
ตอบ
2.จากบทความข้างต้นนี้สงครามเศรฐกิจเป็นสงครามของใคร
ตอบ
3. อะไรที่ทำให้ชาติจากตะวันออกกลางได้เปรียบชาติตะวันตก
ตอบ
นายอาทิตย์ นิรันดรธรากุล เลขทะเบียน4902100666
ตลาดหุ้นทั่วภูมิภาค รวมทั้งตลาดหุ้นไทยเริ่มส่ออาการสลบไสลไปไหนกันไม่เป็นจนหมดแล้ว เหตุผลหลักๆ ก็เนื่องจากราคาน้ำมันนั่นแหละ ช่วงนี้ยังส่งผลให้ตลาดทองคำโลกเริ่มปั่นป่วนตามไปด้วยแล้ว ตอนนี้จึงอย่าแปลกใจกันไปเลยถ้าหากจะมีคนขายทั้งหุ้น ขายทั้งทองคำ แล้วเก็บเงินกันไว้เฉยๆ อาจจะเป็นสัญญาณของปรากฏการณ์ "เงินฝืด" ที่กำลังจะเกิดขึ้น และเมืองไทยก็อาจจะมีปรากฏการณ์ทั้ง "เงินเฟ้อ" และ "เงินฝืด" เกิดขึ้นพร้อมกันก็ได้ และถ้าหากเกิดขึ้นจริงก็ยากจะอธิบายกันได้ว่า "ข้าวจะยาก หมากจะแพง" ขึ้นไปอีกเท่าไหร่ กระซิบกันได้แต่เพียงว่า "เตรียมตัวเตรียมใจ" กันไว้แต่เนิ่นๆ กันเถอะครับวิกฤติการณ์ที่สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันเริ่มส่งผลกระทบแผ่ขยายเป็นวงกว้างไปแล้ว โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมัน
หรือปั๊มน้ำมันนั่นแหละ เริ่มทยอยปิดตัวกันค่อนข้างมากแล้ว โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด อีกไม่นานก็คงจะได้ข่าวสายการบินในประเทศบางแห่งต้องมีการหยุดบินกันบ้างแล้ว เหตุผลง่ายๆ ก็คือ "ขาดทุน" ไงเล่าครับ?มีนักวิเคราะห์อาวุโสในแวดวงการเงินการธนาคารวิเคราะห์ไว้ว่า นี่คือสัญญาณเริ่มต้นของสงครามรูปแบบใหม่ ครั้งนี้เป็น "สงครามเศรษฐกิจ" ระหว่างชนชาติ ในแถบตะวันออกกลาง ซึ่งมีอาวุธสำคัญคือน้ำมัน ทำสงครามกับชาติฝั่งตะวันตก ซึ่งมีสหรัฐอเมริกา และพันธมิตรอีก 4 - 5 ชาติ อาศัยจังหวะที่เศรษฐกิจในสหรัฐกำลังถดถอยและตกต่ำ อาศัยกลไกทางการตลาด ทางการค้าช่วยกัน "ปั่นราคาน้ำมัน" กันขึ้นไป บีบให้ผู้คนในชาติตะวันตกเดือดร้อน พากันขายทรัพย์สินที่มีอยู่ออกมาให้หมด ไม่ว่าราคาจะถูกแสนถูกเท่าใดก็ขาย ส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวการที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่วโลกก็คือ "ราคาน้ำมัน" ที่แพงแสนแพงนั่นเอง โดยยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่าสงครามครั้งนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด แต่ที่ทุกคนควรรู้ในขณะนี้ก็คือ "ข้าวจะยาก หมากจะแพง" ยังไงเล่าครับ ขอย้ำอีกครั้ง เตรียมตัว เตรียมใจ กันไว้แต่เดี๋ยวนี้เสียเถอะครับ อย่างน้อยๆ เวลาได้รับผลกระทบจะได้ผ่อนจากหนักเป็นเบาในวงการค้าหุ้นช่วงนี้ก็อย่าแปลกใจไปเลยถ้าหากว่า ภายในระยะเวลา 2 - 3 สัปดาห์ หากมูลค่าการซื้อขายจะหดหายไปอย่างมาก ก็เพราะในสถานการณ์ "ข้าวยาก หมากแพง" แบบนี้นักลงทุน นักเก็งกำไรคงจะไม่มีกะจิตกะใจมาลงทุนกันเท่าไรนัก ยิ่งนักเก็งกำไรรายวันยิ่งไปกันใหญ่ พากันหลบไปดูบอลยูโรกันหมดแล้วครับ
คำถาม
1.อะไรเป็นสาเหตูหลักของปัญหาเศรฐกิจของบทความนี้
ตอบ
2.จากบทความข้างต้นนี้สงครามเศรฐกิจเป็นสงครามของใคร
ตอบ
3. อะไรที่ทำให้ชาติจากตะวันออกกลางได้เปรียบชาติตะวันตก
ตอบ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)