จัดทำบทความโดย
นาย พีระพล บุญญารัตนสถาพร เลขทะเบียน 4902100666
เรื่อง สศค.คาด กนง.ขึ้นดอกเบี้ยครั้งเดียวในปี 53 ร้อยละ 0.25
กรุงเทพฯ 25 ม.ค.- นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.ประเมินว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย (อาร์พี) เพียงครั้งเดียวในปี 2553 โดยขึ้นเพียงร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ร้อยละ 1.50 ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เพื่อดูแลการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศให้สอดคล้องกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยอาร์พีของประเทศอื่นที่จะมีขึ้นเช่นกันและเหมาะสมกับเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัว
“เนื่องจากเห็นว่าสุดท้ายแล้วดอกเบี้ยโลกในช่วงครึ่งปีหลังนี้น่าจะต้องขึ้น อย่างจีนหรือเวียดนาม ไม่เฉพาะของไทย ดังนั้น ภายในครึ่งปีหลังโอกาสที่ดอกเบี้ยจะขึ้นก็เป็นไปได้ในช่วงไตรมาส 3 และขึ้นร้อยละ 0.25 ซึ่งพอที่จะให้เงินเคลื่อนไหวระหว่างประเทศเข้าออกไม่ให้เสียหาย ถ้าดอกเบี้ยเขาสูงแล้วเราต่ำ เงินก็จะไหลไปหาเขาหมด” นายสาธิต กล่าว
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2552 คาดว่าขยายตัวเป็นบวกร้อยละ 3.8 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปี 2552 หดตัวร้อยละ 2.8 และยังคงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2553 ที่ร้อยละ 3.5 หรืออยู่ในช่วงร้อยละ 3-4 ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปที่กำลังเร่งตัวขึ้น จากการขยายตัวของเศรษฐกิจในขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นการเร่งตัวขึ้นสอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ด้านเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐนั้น ยังไม่ทำให้ไทยเสียความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก เพราะเงินบาทยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค และมองว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังดูแลได้ดี ดังนั้น ภาคธุรกิจไม่ควรตื่นตระหนกมากเกินไปกับเงินบาทที่แข็งขึ้น.-สำนักข่าวไทย
ที่มา : http://news.mcot.net/economic/inside.php?value=bmlkPTEzNjQyNCZudHlwZT10ZXh0
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อ 1.สศค.ประเมินว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย (อาร์พี) เพียงครั้งเดียวในปี 2553 โดยขึ้นเพียงร้อยละ 0.25 เพื่ออะไร
ข้อ 2.ถ้าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2552 ขยายตัวเป็นบวกร้อยละ 3.8 เมื่อเทียบปีต่อปี คาดว่าจะทำให้เกิดอะไร
ข้อ 3.เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐนั้น ยังไม่ทำให้ไทยเสียความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก เพราะอะไร
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553
"ซีพี"ลุยลงทุนไทยปีนี้ทุ่ม3หมื่นล.เจ้าสัวชี้โอกาสยังมี
จัดทำโดย
นายศิรณัฐ ศรีไพศาลนนท์ เลขทะเบียน 4902100611
นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวในงาน "คุยกับซีอีโอปี 2553" เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ว่าเครือซีพียัง มั่นใจโอกาสการลงทุนในประเทศไทย โดยปีนี้ตั้งงบการลงทุนไว้ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จากงบลงทุนรวมทั้งในและนอกประเทศประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งหลังจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนจีนมีผลบังคับใช้ เป็นโอกาสให้ไทยผลิตสินค้าไปขายในหลายประเทศ แต่ไทยต้องดูแลให้การเมืองนิ่ง เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุน
"กลุ่มซีพีมอง ทุกอย่างเป็นเรื่องดี เห็นโอกาสการลงทุนอยู่เสมอ ดังนั้น จะไม่ถอยหรือลดการลงทุนในไทยแน่นอน หากมัวคิดถึงเรื่องการเมืองเราคงไม่กล้าไปลงทุนในจีน โดยซีพียึดหลักกำไรน้อย ขายมาก ก็เท่ากับกำไรมาก ส่วนปีนี้คาดว่ารายได้ของเครือซีพีจะเติบโต 20% จากรายได้ปี 2552 ประมาณ 4 แสนล้านบาท" นายธนินท์กล่าว
นายธนินท์ กล่าวด้วยว่า กำลังชักชวนนักลงทุนจากจีนให้เข้ามาร่วมลงทุนในไทย ซึ่งกำลังพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดระยองที่จะมีบริการด้านการลงทุนครบ วงจร เน้นอุตสาหกรรมไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ รัฐบาลไทยไม่ควรเก็บภาษีประเภทต่างๆ สูงเกินไป เพราะจะทำให้นักลงทุนไม่กล้าขยายการลงทุน และแก้กฎหมาย ระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน
ส่วนผลกระทบจากการเปิดเสรีอาฟตาต่อไทยนั้น นายธนินท์มองว่า แม้จะมีสินค้าต่างชาติทะลักเข้ามา แต่มองว่าไทยมีศักยภาพในการส่งออกมากกว่าเพื่อนบ้าน ดังนั้น ไทยควรใช้โอกาสนี้รับซื้อสินค้าจากต่างชาติแล้วนำมาส่งออก เพื่อเป็นการลดคู่แข่งได้ด้วยทางหนึ่ง
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ ฟ กล่าวว่า การลงทุนโรงงานอาหารสัตว์ในรัสเซีย สร้างยอดขายเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง และถึงจุดคุ้มทุนในช่วงไตรมาตรสุดท้ายของปี 2552 ส่วนฟาร์มสุกรพันธุ์ ได้ลงทุนไปแล้วเช่นกัน คาดว่าไตรมาสสุดท้ายของปี 2553 จะเริ่มให้ผลผลิตรุ่นแรก และมีแผนจะขยายฟาร์มในระยะต่อไป ขณะที่ในปีนี้มีแผนจะก่อสร้างโรงงานแปรรูปอาหารรองรับอุตสาหกรรมที่เติบโต มากขึ้นด้วย
ขณะที่นายประสิทธิ์ ดำรงวิตานนท์ ประธานผู้บริหารกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร กล่าวว่า ยอดจำหน่ายข้าวตราฉัตรปีที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 2.5 หมื่นบาท ถือว่าเป็นอัตราที่สูงเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทั้งการส่งออกและการจำหน่ายในประเทศ โดยปีนี้ที่ความต้องการข้าวในตลาดโลกขายตัวมากขึ้นถึง 30 ล้านตัน จากปกติจะมีประมาณ 28 ล้านตัน คาดว่าในส่วนของซีพีจะ มียอดขายมากขึ้นเท่าตัว หรือมีรายได้รวมประมาณ 5 หมื่น ล้านบาท โดยที่การเปิดเสรีอาฟตา คาดจะไม่ส่งผลกระทบในขณะที่ไทยคาดจะส่งออกข้าวได้ในปีนี้เกิน 10 ล้านตัน
ที่มา: http://www.norsorpor.com/ข่าว/n1859117
คำถาม
ข้อที่1. ในปีนี้ซีพีได้ตั้งงบการลงทุนไว้ประมาณจำนวนเท่าไหร่
ข้อที่2. นายธนินท์ กำลังชักชวนนักลงทุนจากชาติใดให้เข้ามาร่วมลงทุนในไทย
ข้อที่3. ยอดจำหน่ายข้าวตราฉัตรปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอัตราที่สูงเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ซึ่งมีมูลค่าประมาณเท่าไหร่
นายศิรณัฐ ศรีไพศาลนนท์ เลขทะเบียน 4902100611
นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวในงาน "คุยกับซีอีโอปี 2553" เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ว่าเครือซีพียัง มั่นใจโอกาสการลงทุนในประเทศไทย โดยปีนี้ตั้งงบการลงทุนไว้ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จากงบลงทุนรวมทั้งในและนอกประเทศประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งหลังจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนจีนมีผลบังคับใช้ เป็นโอกาสให้ไทยผลิตสินค้าไปขายในหลายประเทศ แต่ไทยต้องดูแลให้การเมืองนิ่ง เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุน
"กลุ่มซีพีมอง ทุกอย่างเป็นเรื่องดี เห็นโอกาสการลงทุนอยู่เสมอ ดังนั้น จะไม่ถอยหรือลดการลงทุนในไทยแน่นอน หากมัวคิดถึงเรื่องการเมืองเราคงไม่กล้าไปลงทุนในจีน โดยซีพียึดหลักกำไรน้อย ขายมาก ก็เท่ากับกำไรมาก ส่วนปีนี้คาดว่ารายได้ของเครือซีพีจะเติบโต 20% จากรายได้ปี 2552 ประมาณ 4 แสนล้านบาท" นายธนินท์กล่าว
นายธนินท์ กล่าวด้วยว่า กำลังชักชวนนักลงทุนจากจีนให้เข้ามาร่วมลงทุนในไทย ซึ่งกำลังพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดระยองที่จะมีบริการด้านการลงทุนครบ วงจร เน้นอุตสาหกรรมไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ รัฐบาลไทยไม่ควรเก็บภาษีประเภทต่างๆ สูงเกินไป เพราะจะทำให้นักลงทุนไม่กล้าขยายการลงทุน และแก้กฎหมาย ระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน
ส่วนผลกระทบจากการเปิดเสรีอาฟตาต่อไทยนั้น นายธนินท์มองว่า แม้จะมีสินค้าต่างชาติทะลักเข้ามา แต่มองว่าไทยมีศักยภาพในการส่งออกมากกว่าเพื่อนบ้าน ดังนั้น ไทยควรใช้โอกาสนี้รับซื้อสินค้าจากต่างชาติแล้วนำมาส่งออก เพื่อเป็นการลดคู่แข่งได้ด้วยทางหนึ่ง
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ ฟ กล่าวว่า การลงทุนโรงงานอาหารสัตว์ในรัสเซีย สร้างยอดขายเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง และถึงจุดคุ้มทุนในช่วงไตรมาตรสุดท้ายของปี 2552 ส่วนฟาร์มสุกรพันธุ์ ได้ลงทุนไปแล้วเช่นกัน คาดว่าไตรมาสสุดท้ายของปี 2553 จะเริ่มให้ผลผลิตรุ่นแรก และมีแผนจะขยายฟาร์มในระยะต่อไป ขณะที่ในปีนี้มีแผนจะก่อสร้างโรงงานแปรรูปอาหารรองรับอุตสาหกรรมที่เติบโต มากขึ้นด้วย
ขณะที่นายประสิทธิ์ ดำรงวิตานนท์ ประธานผู้บริหารกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร กล่าวว่า ยอดจำหน่ายข้าวตราฉัตรปีที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 2.5 หมื่นบาท ถือว่าเป็นอัตราที่สูงเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทั้งการส่งออกและการจำหน่ายในประเทศ โดยปีนี้ที่ความต้องการข้าวในตลาดโลกขายตัวมากขึ้นถึง 30 ล้านตัน จากปกติจะมีประมาณ 28 ล้านตัน คาดว่าในส่วนของซีพีจะ มียอดขายมากขึ้นเท่าตัว หรือมีรายได้รวมประมาณ 5 หมื่น ล้านบาท โดยที่การเปิดเสรีอาฟตา คาดจะไม่ส่งผลกระทบในขณะที่ไทยคาดจะส่งออกข้าวได้ในปีนี้เกิน 10 ล้านตัน
ที่มา: http://www.norsorpor.com/ข่าว/n1859117
คำถาม
ข้อที่1. ในปีนี้ซีพีได้ตั้งงบการลงทุนไว้ประมาณจำนวนเท่าไหร่
ข้อที่2. นายธนินท์ กำลังชักชวนนักลงทุนจากชาติใดให้เข้ามาร่วมลงทุนในไทย
ข้อที่3. ยอดจำหน่ายข้าวตราฉัตรปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอัตราที่สูงเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ซึ่งมีมูลค่าประมาณเท่าไหร่
วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553
จัดทำโดย
นายอาทิตย์ นิรันดรธรากุล เลขทะัเบียน 4902100644
สอนลูกให้รู้ค่าของเงิน
... อยากให้ลูกสั่งสมทักษะชีวิตแบบไหน อยู่ที่ผู้ใหญ่จะเป็นตัวอย่างให้ดู ให้ลูกรับผิดชอบการใช้เงินด้วยตัวเอง การกำหนดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน หรือรายสัปดาห์ ... อยากให้ลูกสั่งสมทักษะชีวิตแบบไหน อยู่ที่ผู้ใหญ่จะเป็นตัวอย่างให้ดู ให้ลูกรับผิดชอบการใช้เงินด้วยตัวเองการกำหนดค่าใช้จ่ายให้ลูกอย่างเหมาะสมในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ เช่น รายอาทิตย์ รายเดือน เป็นการเริ่มต้นฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบขั้นพื้นฐาน? ควรสอนให้เด็กรู้จักประเมินการใช้เงินรายวัน และจัดสรรการใช้จ่ายด้วยตัวเอง วันใดจ่ายมากก็ต้องยอมรับสภาพว่าอีกวันต้องอดบ้าง เพื่อเรียนรู้ผลการใช้เงินเกินข้อตกลง
รางวัลมิใช่สิ่งของเสมอไป
การแสดงความชื่นชมลูกเมื่อเขาทำสิ่งที่ดีใช่ว่าจะต้องให้ของขวัญราคาแพงเสมอไป รางวัลสำหรับลูกอาจเป็นคำชมเชย จดหมายน้อยสักหนึ่งฉบับ ดาวทีละดวง? ครบห้าดวงเปลี่ยนเป็นไอศครีม 1 มื้อ เป็นต้น ควรคิดค้นวิธีการให้เด็กตื่นเต้นประทับใจ เช่น การส่งจดหมายถึงเด็กทางไปรษณีย์ แทนที่จะยึดแค่ความสะดวกสบาย โดยการให้รางวัลด้วยวัตถุเป็นหลัก?
ไปห้างสรรพสินค้าเมื่อจำเป็น
การพาครอบครัวไปพักผ่อนด้วยการตากแอร์เย็นๆ ที่ห้างสรรพสินค้า อาจจะให้ผลได้ไม่เท่าเสีย เพราะสภาพแวดล้อมของห้างสรรพสินค้ามี แต่สิ่งเร้าที่กระตุ้นให้เด็ก และผู้ใหญ่อดใจไม่ไหว การไป แต่ละครั้งอาจทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า เป็นการเพาะนิสัยการบริโภคให้ลูกในความถี่ที่น่าเป็นห่วง?
จ่ายกันคนละครึ่ง... ดีไหม?
คุณพ่อคุณแม่หลายรายใช้หลักจ่ายกันคนละครึ่งกับลูก เพื่อฝึกให้ลูกรู้จักเก็บเงิน และหากต้องการสิ่งใดจะได้รับผิดชอบจ่ายด้วยตัวเองบ้าง อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง? แต่ก็ต้องระวัง โดยการกำหนดกติกาว่าพ่อแม่จะหารด้วยในกรณีที่เป็นของจำเป็นจริงๆ เท่านั้น และระบบหารครึ่งนี้ จะไม่มีเงินผ่อนเด็ดขาด
สิ่งสำคัญที่อยากฝากถึงคุณพ่อคุณแม่?
อย่ารู้สึกผิดที่ไม่มีเวลาให้ลูก สงสารลูกที่ลูกหัวไม่ดี สงสารลูกที่เขาเจ็บป่วยเรื้อรัง แล้วจะไปชดเชยหรือทดแทนให้เขา ด้วยการซื้อของ หรือ ให้เงินแบบไม่มีกฎเกณฑ์ เงินจำนวนมากหรือของเล่นราคาแพงไม่สามารถทดแทนความรู้สึก ?ขาด? ในใจลูกได้? เพราะเราทำให้เขา ?อิ่ม? ได้ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ค่ะ
(หนังสือนิตยสาร?life&family ฉบับวันที่ 22 สิงหาคม 2540 อ้างใน elib-online.com)
หนังสือนิตยสารดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อคนไทยหลายๆ คน คุณจึงไม่ควรพลาด!
ที่มา:
http://www.suretax-accounting.com/articles/finance/102-2008-06-28-10-20-57.html
คำถาม
1.ทำอย่างไรลูกจึงจะรู้จักการออมเงิน
2.เมื่อลูกทำความดีพ่อแม่ควรให้อะไรแก่ลูกที่ไม่ใช่เงิน
3.พ่อแม่ควรทำอย่างไรเมื่อลูกรู้สึกไม่ดี รู้สึกขาด ที่ไม่ใช่การให้เงิน
นายอาทิตย์ นิรันดรธรากุล เลขทะัเบียน 4902100644
สอนลูกให้รู้ค่าของเงิน
... อยากให้ลูกสั่งสมทักษะชีวิตแบบไหน อยู่ที่ผู้ใหญ่จะเป็นตัวอย่างให้ดู ให้ลูกรับผิดชอบการใช้เงินด้วยตัวเอง การกำหนดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน หรือรายสัปดาห์ ... อยากให้ลูกสั่งสมทักษะชีวิตแบบไหน อยู่ที่ผู้ใหญ่จะเป็นตัวอย่างให้ดู ให้ลูกรับผิดชอบการใช้เงินด้วยตัวเองการกำหนดค่าใช้จ่ายให้ลูกอย่างเหมาะสมในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ เช่น รายอาทิตย์ รายเดือน เป็นการเริ่มต้นฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบขั้นพื้นฐาน? ควรสอนให้เด็กรู้จักประเมินการใช้เงินรายวัน และจัดสรรการใช้จ่ายด้วยตัวเอง วันใดจ่ายมากก็ต้องยอมรับสภาพว่าอีกวันต้องอดบ้าง เพื่อเรียนรู้ผลการใช้เงินเกินข้อตกลง
รางวัลมิใช่สิ่งของเสมอไป
การแสดงความชื่นชมลูกเมื่อเขาทำสิ่งที่ดีใช่ว่าจะต้องให้ของขวัญราคาแพงเสมอไป รางวัลสำหรับลูกอาจเป็นคำชมเชย จดหมายน้อยสักหนึ่งฉบับ ดาวทีละดวง? ครบห้าดวงเปลี่ยนเป็นไอศครีม 1 มื้อ เป็นต้น ควรคิดค้นวิธีการให้เด็กตื่นเต้นประทับใจ เช่น การส่งจดหมายถึงเด็กทางไปรษณีย์ แทนที่จะยึดแค่ความสะดวกสบาย โดยการให้รางวัลด้วยวัตถุเป็นหลัก?
ไปห้างสรรพสินค้าเมื่อจำเป็น
การพาครอบครัวไปพักผ่อนด้วยการตากแอร์เย็นๆ ที่ห้างสรรพสินค้า อาจจะให้ผลได้ไม่เท่าเสีย เพราะสภาพแวดล้อมของห้างสรรพสินค้ามี แต่สิ่งเร้าที่กระตุ้นให้เด็ก และผู้ใหญ่อดใจไม่ไหว การไป แต่ละครั้งอาจทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า เป็นการเพาะนิสัยการบริโภคให้ลูกในความถี่ที่น่าเป็นห่วง?
จ่ายกันคนละครึ่ง... ดีไหม?
คุณพ่อคุณแม่หลายรายใช้หลักจ่ายกันคนละครึ่งกับลูก เพื่อฝึกให้ลูกรู้จักเก็บเงิน และหากต้องการสิ่งใดจะได้รับผิดชอบจ่ายด้วยตัวเองบ้าง อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง? แต่ก็ต้องระวัง โดยการกำหนดกติกาว่าพ่อแม่จะหารด้วยในกรณีที่เป็นของจำเป็นจริงๆ เท่านั้น และระบบหารครึ่งนี้ จะไม่มีเงินผ่อนเด็ดขาด
สิ่งสำคัญที่อยากฝากถึงคุณพ่อคุณแม่?
อย่ารู้สึกผิดที่ไม่มีเวลาให้ลูก สงสารลูกที่ลูกหัวไม่ดี สงสารลูกที่เขาเจ็บป่วยเรื้อรัง แล้วจะไปชดเชยหรือทดแทนให้เขา ด้วยการซื้อของ หรือ ให้เงินแบบไม่มีกฎเกณฑ์ เงินจำนวนมากหรือของเล่นราคาแพงไม่สามารถทดแทนความรู้สึก ?ขาด? ในใจลูกได้? เพราะเราทำให้เขา ?อิ่ม? ได้ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ค่ะ
(หนังสือนิตยสาร?life&family ฉบับวันที่ 22 สิงหาคม 2540 อ้างใน elib-online.com)
หนังสือนิตยสารดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อคนไทยหลายๆ คน คุณจึงไม่ควรพลาด!
ที่มา:
http://www.suretax-accounting.com/articles/finance/102-2008-06-28-10-20-57.html
คำถาม
1.ทำอย่างไรลูกจึงจะรู้จักการออมเงิน
2.เมื่อลูกทำความดีพ่อแม่ควรให้อะไรแก่ลูกที่ไม่ใช่เงิน
3.พ่อแม่ควรทำอย่างไรเมื่อลูกรู้สึกไม่ดี รู้สึกขาด ที่ไม่ใช่การให้เงิน
วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ค่าเงินสหรัฐพุ่งสูงขึ้น
จัดทำบทความโดย
นายพีระพล บุญญารัตนสถาพร เลขทะเบียน 4902100666
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.41% เมื่อเทียบกับยูโร แตะที่ 1.4282 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.4341 ยูโร/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 0.97% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 91.180 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 90.300 เยน/ดอลลาร์ นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.39% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0458 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.0417 ฟรังค์/ดอลลาร์ และดีดขึ้น 0.57% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.6049 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6141 ปอนด์/ดอลลาร์ ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.98% แตะที่ 0.8819 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับของวันศุกร์ที่ 0.8906 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 0.87% แตะที่ 0.7051 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.7113 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ นักวิเคราะห์จาก FXSolutions กล่าวว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจมากขึ้นหลังจากวุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฏหมายปฏิรูปด้านการดูแลสุขภาพ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสุขภาพทะยานขึ้นเนื่องจากร่างกฏหมายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผลกำไรของธุรกิจสุขภาพน้อยกว่าที่ประเมินกันไว้ในเบื้องต้น นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับข่าวบริษัท ซาโนฟี-เอเวนติส ประกาศแผนเข้าซื้อกิจการแชทเทม อิงค์ มูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ และข่าวบริษัท บูซีรัส อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ วางแผนเข้าซื้อกิจการบริษัท เทเร็กซ์ คอร์ป ซึ่งเป็นธุรกิจประเภทเดียวกัน มูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ รวมทั้งข่าวที่ว่า บริษัท สปายเคอร์ คาร์ส ยอมรับข้อเสนอใหม่ที่จะซื้อกิจการซาบจากเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโกเปิดเผยว่า ดัชนีกิจกรรมทางเศณษฐกิจทั่วประเทศเพิ่มขึ้นสู่ระดับ -0.32 จุดในเดือนพ.ย.จากระดับ -1.02 จุดในเดือนต.ค. นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันอังคาร กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายของจีดีพี Q3/2009 และสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติจะรายงานยอดขายบ้านมือสองเดือนพ.ย. วันพุธ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยรายได้และการบริโภคส่วนบุคคลเดือนพ.ย., มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายเดือนธ.ค.และกระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนพ.ย. วันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และกระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ย.
ที่มา.http://www.ryt9.com/s/iq03/768418
คำถาม
ข้อ1. นักวิเคราะห์จาก FXSolutions ได้วิเคราะห์ว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจมากขึ้นเนื่องจากสาเหตุอะไร
ข้อ2. กฏหมายปฏิรูปด้านการดูแลสุขภาพช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสุขภาพให้เพิ่มขึ้นเนื่องจากกฏหมายดังกล่าวส่งผลกระทบต่ออะไร
ข้อ3. บริษัท บูซีรัส อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ วางแผนที่จะทำอะไร
นายพีระพล บุญญารัตนสถาพร เลขทะเบียน 4902100666
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.41% เมื่อเทียบกับยูโร แตะที่ 1.4282 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.4341 ยูโร/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 0.97% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 91.180 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 90.300 เยน/ดอลลาร์ นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.39% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0458 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.0417 ฟรังค์/ดอลลาร์ และดีดขึ้น 0.57% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.6049 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6141 ปอนด์/ดอลลาร์ ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.98% แตะที่ 0.8819 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับของวันศุกร์ที่ 0.8906 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 0.87% แตะที่ 0.7051 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.7113 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ นักวิเคราะห์จาก FXSolutions กล่าวว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจมากขึ้นหลังจากวุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฏหมายปฏิรูปด้านการดูแลสุขภาพ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสุขภาพทะยานขึ้นเนื่องจากร่างกฏหมายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผลกำไรของธุรกิจสุขภาพน้อยกว่าที่ประเมินกันไว้ในเบื้องต้น นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับข่าวบริษัท ซาโนฟี-เอเวนติส ประกาศแผนเข้าซื้อกิจการแชทเทม อิงค์ มูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ และข่าวบริษัท บูซีรัส อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ วางแผนเข้าซื้อกิจการบริษัท เทเร็กซ์ คอร์ป ซึ่งเป็นธุรกิจประเภทเดียวกัน มูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ รวมทั้งข่าวที่ว่า บริษัท สปายเคอร์ คาร์ส ยอมรับข้อเสนอใหม่ที่จะซื้อกิจการซาบจากเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโกเปิดเผยว่า ดัชนีกิจกรรมทางเศณษฐกิจทั่วประเทศเพิ่มขึ้นสู่ระดับ -0.32 จุดในเดือนพ.ย.จากระดับ -1.02 จุดในเดือนต.ค. นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันอังคาร กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายของจีดีพี Q3/2009 และสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติจะรายงานยอดขายบ้านมือสองเดือนพ.ย. วันพุธ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยรายได้และการบริโภคส่วนบุคคลเดือนพ.ย., มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายเดือนธ.ค.และกระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนพ.ย. วันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และกระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ย.
ที่มา.http://www.ryt9.com/s/iq03/768418
คำถาม
ข้อ1. นักวิเคราะห์จาก FXSolutions ได้วิเคราะห์ว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจมากขึ้นเนื่องจากสาเหตุอะไร
ข้อ2. กฏหมายปฏิรูปด้านการดูแลสุขภาพช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสุขภาพให้เพิ่มขึ้นเนื่องจากกฏหมายดังกล่าวส่งผลกระทบต่ออะไร
ข้อ3. บริษัท บูซีรัส อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ วางแผนที่จะทำอะไร
วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552
จัดทำบทความโดย
นาย ศิรณัฐ ศรีไพศาลนนท์ เลขทะเบียน 4902100611
เรื่อง ราคาน้ำมัน NYMEX ร่วงแตะ $68.86 เช้านี้ เหตุนักลงทุนวิตกเศรษฐกิจโลก
สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกที่สิงคโปร์ ร่วงลง 1.01 ดอลลาร์ หรือ 1.5% แตะที่ 68.86 ดอลลาร์/บาร์เลในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 9 และทำสถิติร่วงลงติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบ 8 ปี เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าการฟื้นตัวที่ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอาจฉุดรั้งดีมานด์เชื้อเพลิงและพลังงาน
สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 4 ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ -24 จุด จากไตรมาส 3 ที่ระดับ -33 จุด และมากกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลล์สำนักข่าวเกียวโดคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ -27 จุด แต่ดัชนีทังกันไตรมาส 4 ขยายตัวในอัตราที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอย เนื่องจากภาคเอกชนของญี่ปุ่นยังคงกังวลว่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นจะส่งผลให้กำไรของบริษัทหดตัวลงด้วย
ผลการสำรวจพบว่ากลุ่มผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นวางแผนที่จะลดการใช้จ่ายลงราว 13.8% ในปีงบประมาณ 2552 ทั้งนี้ก็เพราะเงินเยนที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ส่งผลให้กำไรและส่วนแบ่งตลาดของบริษัทส่งออกญี่ปุ่น รวมถึง โซนี่ คอร์ป หดตัวลงด้วย
นักลงทุนจับตาดูการประชุมโอเปคในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ที่ประเทศแองโกลา หลังจากรัฐมนตรีกลุ่มโอเปคออกมาส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการเพิ่มเพดานการผลิต โดย นายอาลี อัล ไนยมี รมว.พลังงานซาอุดิอาระเบียกล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และคาดว่าโอเปคจะยังไม่เปลี่ยนแปลงโควต้าการผลิตในการประชุมวันที่ 22 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ นายอาลีกล่าวว่าตลาดน้ำมันโลกมีเสถียรภาพ และภาวะผันผวนในตลาดก็อยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง
ที่มา : http://www.ryt9.com/s/iq11/764940
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อ 1. สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ร่วงแตะ 68.86 ดอลลาร์/บาร์เล เนื่องมาจากอะไร
ข้อ 2. ดัชนีทังกันไตรมาส 4 ขยายตัวในอัตราที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอย เนื่องจากเหตุใด
ข้อ 3. ภาวะเงินเยนที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ส่งผลให้กลุ่มผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น วางแผนที่จะรับมืออย่างไร
นาย ศิรณัฐ ศรีไพศาลนนท์ เลขทะเบียน 4902100611
เรื่อง ราคาน้ำมัน NYMEX ร่วงแตะ $68.86 เช้านี้ เหตุนักลงทุนวิตกเศรษฐกิจโลก
สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกที่สิงคโปร์ ร่วงลง 1.01 ดอลลาร์ หรือ 1.5% แตะที่ 68.86 ดอลลาร์/บาร์เลในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 9 และทำสถิติร่วงลงติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบ 8 ปี เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าการฟื้นตัวที่ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอาจฉุดรั้งดีมานด์เชื้อเพลิงและพลังงาน
สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 4 ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ -24 จุด จากไตรมาส 3 ที่ระดับ -33 จุด และมากกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลล์สำนักข่าวเกียวโดคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ -27 จุด แต่ดัชนีทังกันไตรมาส 4 ขยายตัวในอัตราที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอย เนื่องจากภาคเอกชนของญี่ปุ่นยังคงกังวลว่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นจะส่งผลให้กำไรของบริษัทหดตัวลงด้วย
ผลการสำรวจพบว่ากลุ่มผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นวางแผนที่จะลดการใช้จ่ายลงราว 13.8% ในปีงบประมาณ 2552 ทั้งนี้ก็เพราะเงินเยนที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ส่งผลให้กำไรและส่วนแบ่งตลาดของบริษัทส่งออกญี่ปุ่น รวมถึง โซนี่ คอร์ป หดตัวลงด้วย
นักลงทุนจับตาดูการประชุมโอเปคในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ที่ประเทศแองโกลา หลังจากรัฐมนตรีกลุ่มโอเปคออกมาส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการเพิ่มเพดานการผลิต โดย นายอาลี อัล ไนยมี รมว.พลังงานซาอุดิอาระเบียกล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และคาดว่าโอเปคจะยังไม่เปลี่ยนแปลงโควต้าการผลิตในการประชุมวันที่ 22 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ นายอาลีกล่าวว่าตลาดน้ำมันโลกมีเสถียรภาพ และภาวะผันผวนในตลาดก็อยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง
ที่มา : http://www.ryt9.com/s/iq11/764940
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อ 1. สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ร่วงแตะ 68.86 ดอลลาร์/บาร์เล เนื่องมาจากอะไร
ข้อ 2. ดัชนีทังกันไตรมาส 4 ขยายตัวในอัตราที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอย เนื่องจากเหตุใด
ข้อ 3. ภาวะเงินเยนที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ส่งผลให้กลุ่มผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น วางแผนที่จะรับมืออย่างไร
วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ข้าวจะยาก หมากจะแพง
จัดทำบทความโดย
นายอาทิตย์ นิรันดรธรากุล เลขทะเบียน4902100666
ตลาดหุ้นทั่วภูมิภาค รวมทั้งตลาดหุ้นไทยเริ่มส่ออาการสลบไสลไปไหนกันไม่เป็นจนหมดแล้ว เหตุผลหลักๆ ก็เนื่องจากราคาน้ำมันนั่นแหละ ช่วงนี้ยังส่งผลให้ตลาดทองคำโลกเริ่มปั่นป่วนตามไปด้วยแล้ว ตอนนี้จึงอย่าแปลกใจกันไปเลยถ้าหากจะมีคนขายทั้งหุ้น ขายทั้งทองคำ แล้วเก็บเงินกันไว้เฉยๆ อาจจะเป็นสัญญาณของปรากฏการณ์ "เงินฝืด" ที่กำลังจะเกิดขึ้น และเมืองไทยก็อาจจะมีปรากฏการณ์ทั้ง "เงินเฟ้อ" และ "เงินฝืด" เกิดขึ้นพร้อมกันก็ได้ และถ้าหากเกิดขึ้นจริงก็ยากจะอธิบายกันได้ว่า "ข้าวจะยาก หมากจะแพง" ขึ้นไปอีกเท่าไหร่ กระซิบกันได้แต่เพียงว่า "เตรียมตัวเตรียมใจ" กันไว้แต่เนิ่นๆ กันเถอะครับวิกฤติการณ์ที่สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันเริ่มส่งผลกระทบแผ่ขยายเป็นวงกว้างไปแล้ว โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมัน
หรือปั๊มน้ำมันนั่นแหละ เริ่มทยอยปิดตัวกันค่อนข้างมากแล้ว โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด อีกไม่นานก็คงจะได้ข่าวสายการบินในประเทศบางแห่งต้องมีการหยุดบินกันบ้างแล้ว เหตุผลง่ายๆ ก็คือ "ขาดทุน" ไงเล่าครับ?มีนักวิเคราะห์อาวุโสในแวดวงการเงินการธนาคารวิเคราะห์ไว้ว่า นี่คือสัญญาณเริ่มต้นของสงครามรูปแบบใหม่ ครั้งนี้เป็น "สงครามเศรษฐกิจ" ระหว่างชนชาติ ในแถบตะวันออกกลาง ซึ่งมีอาวุธสำคัญคือน้ำมัน ทำสงครามกับชาติฝั่งตะวันตก ซึ่งมีสหรัฐอเมริกา และพันธมิตรอีก 4 - 5 ชาติ อาศัยจังหวะที่เศรษฐกิจในสหรัฐกำลังถดถอยและตกต่ำ อาศัยกลไกทางการตลาด ทางการค้าช่วยกัน "ปั่นราคาน้ำมัน" กันขึ้นไป บีบให้ผู้คนในชาติตะวันตกเดือดร้อน พากันขายทรัพย์สินที่มีอยู่ออกมาให้หมด ไม่ว่าราคาจะถูกแสนถูกเท่าใดก็ขาย ส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวการที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่วโลกก็คือ "ราคาน้ำมัน" ที่แพงแสนแพงนั่นเอง โดยยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่าสงครามครั้งนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด แต่ที่ทุกคนควรรู้ในขณะนี้ก็คือ "ข้าวจะยาก หมากจะแพง" ยังไงเล่าครับ ขอย้ำอีกครั้ง เตรียมตัว เตรียมใจ กันไว้แต่เดี๋ยวนี้เสียเถอะครับ อย่างน้อยๆ เวลาได้รับผลกระทบจะได้ผ่อนจากหนักเป็นเบาในวงการค้าหุ้นช่วงนี้ก็อย่าแปลกใจไปเลยถ้าหากว่า ภายในระยะเวลา 2 - 3 สัปดาห์ หากมูลค่าการซื้อขายจะหดหายไปอย่างมาก ก็เพราะในสถานการณ์ "ข้าวยาก หมากแพง" แบบนี้นักลงทุน นักเก็งกำไรคงจะไม่มีกะจิตกะใจมาลงทุนกันเท่าไรนัก ยิ่งนักเก็งกำไรรายวันยิ่งไปกันใหญ่ พากันหลบไปดูบอลยูโรกันหมดแล้วครับ
คำถาม
1.อะไรเป็นสาเหตูหลักของปัญหาเศรฐกิจของบทความนี้
ตอบ
2.จากบทความข้างต้นนี้สงครามเศรฐกิจเป็นสงครามของใคร
ตอบ
3. อะไรที่ทำให้ชาติจากตะวันออกกลางได้เปรียบชาติตะวันตก
ตอบ
นายอาทิตย์ นิรันดรธรากุล เลขทะเบียน4902100666
ตลาดหุ้นทั่วภูมิภาค รวมทั้งตลาดหุ้นไทยเริ่มส่ออาการสลบไสลไปไหนกันไม่เป็นจนหมดแล้ว เหตุผลหลักๆ ก็เนื่องจากราคาน้ำมันนั่นแหละ ช่วงนี้ยังส่งผลให้ตลาดทองคำโลกเริ่มปั่นป่วนตามไปด้วยแล้ว ตอนนี้จึงอย่าแปลกใจกันไปเลยถ้าหากจะมีคนขายทั้งหุ้น ขายทั้งทองคำ แล้วเก็บเงินกันไว้เฉยๆ อาจจะเป็นสัญญาณของปรากฏการณ์ "เงินฝืด" ที่กำลังจะเกิดขึ้น และเมืองไทยก็อาจจะมีปรากฏการณ์ทั้ง "เงินเฟ้อ" และ "เงินฝืด" เกิดขึ้นพร้อมกันก็ได้ และถ้าหากเกิดขึ้นจริงก็ยากจะอธิบายกันได้ว่า "ข้าวจะยาก หมากจะแพง" ขึ้นไปอีกเท่าไหร่ กระซิบกันได้แต่เพียงว่า "เตรียมตัวเตรียมใจ" กันไว้แต่เนิ่นๆ กันเถอะครับวิกฤติการณ์ที่สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันเริ่มส่งผลกระทบแผ่ขยายเป็นวงกว้างไปแล้ว โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมัน
หรือปั๊มน้ำมันนั่นแหละ เริ่มทยอยปิดตัวกันค่อนข้างมากแล้ว โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด อีกไม่นานก็คงจะได้ข่าวสายการบินในประเทศบางแห่งต้องมีการหยุดบินกันบ้างแล้ว เหตุผลง่ายๆ ก็คือ "ขาดทุน" ไงเล่าครับ?มีนักวิเคราะห์อาวุโสในแวดวงการเงินการธนาคารวิเคราะห์ไว้ว่า นี่คือสัญญาณเริ่มต้นของสงครามรูปแบบใหม่ ครั้งนี้เป็น "สงครามเศรษฐกิจ" ระหว่างชนชาติ ในแถบตะวันออกกลาง ซึ่งมีอาวุธสำคัญคือน้ำมัน ทำสงครามกับชาติฝั่งตะวันตก ซึ่งมีสหรัฐอเมริกา และพันธมิตรอีก 4 - 5 ชาติ อาศัยจังหวะที่เศรษฐกิจในสหรัฐกำลังถดถอยและตกต่ำ อาศัยกลไกทางการตลาด ทางการค้าช่วยกัน "ปั่นราคาน้ำมัน" กันขึ้นไป บีบให้ผู้คนในชาติตะวันตกเดือดร้อน พากันขายทรัพย์สินที่มีอยู่ออกมาให้หมด ไม่ว่าราคาจะถูกแสนถูกเท่าใดก็ขาย ส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวการที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่วโลกก็คือ "ราคาน้ำมัน" ที่แพงแสนแพงนั่นเอง โดยยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่าสงครามครั้งนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด แต่ที่ทุกคนควรรู้ในขณะนี้ก็คือ "ข้าวจะยาก หมากจะแพง" ยังไงเล่าครับ ขอย้ำอีกครั้ง เตรียมตัว เตรียมใจ กันไว้แต่เดี๋ยวนี้เสียเถอะครับ อย่างน้อยๆ เวลาได้รับผลกระทบจะได้ผ่อนจากหนักเป็นเบาในวงการค้าหุ้นช่วงนี้ก็อย่าแปลกใจไปเลยถ้าหากว่า ภายในระยะเวลา 2 - 3 สัปดาห์ หากมูลค่าการซื้อขายจะหดหายไปอย่างมาก ก็เพราะในสถานการณ์ "ข้าวยาก หมากแพง" แบบนี้นักลงทุน นักเก็งกำไรคงจะไม่มีกะจิตกะใจมาลงทุนกันเท่าไรนัก ยิ่งนักเก็งกำไรรายวันยิ่งไปกันใหญ่ พากันหลบไปดูบอลยูโรกันหมดแล้วครับ
คำถาม
1.อะไรเป็นสาเหตูหลักของปัญหาเศรฐกิจของบทความนี้
ตอบ
2.จากบทความข้างต้นนี้สงครามเศรฐกิจเป็นสงครามของใคร
ตอบ
3. อะไรที่ทำให้ชาติจากตะวันออกกลางได้เปรียบชาติตะวันตก
ตอบ
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
จัดทำบทความโดย
นายพีระพล บุญญารัตนสถาพร เลขทะเบียน 4902100666
เรื่อง เลขาอาเซียน แนะSMEsไทยเร่งบุกตลาดอาเซียน เปิดช่องทางขยายธุรกิจ
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง เออีซี:โอกาสทองทางเศรษฐกิจไทย ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ที่จ.เชียงใหม่ว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งอาเซียน มีความห่วงการเปิดเสรีการค้า ซึ่งอาเซียนได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีในการสร้างกลไกให้อาเซียนเป็นฐานตลาดเดียวกัน เพื่อต้องการเห็นภาคธุรกิจอาเซียนข้ามไปลงทุนระหว่างกันมากกว่าที่จะเห็นภาพของบรรษัทข้ามชาติมากอบโกยผลประโยชน์ในอาเซียนเหมือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้เห็นว่าห้างซูเปอร์มาร์เก็ตในอินโดนีเซีย มีสินค้าไทยวางขายจำนวนมาก แต่สินค้าที่วางขายกลับผ่านบริษัทข้ามชาติอย่างยูนิลีเวอร์ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการสร้างประชาคมอาเซียนแต่ต้องการให้ธุรกิจภายในอาเซียนไปข้ามไปลงทุนระหว่างกัน
"เราอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ต้องกล้าได้กล้าเสีย เพราะอย่างไรก็ต้องเปิดตลาดตามพันธกรณี หากอยู่ภายในประเทศตลาดจะเล็กเกินไป เช่น บริษัทกุนเชียงในสิงคโปร์ต้องการไปบุกตลาดอาเซียน เพราะตลาดภายในเล็กเกินไป เขาคิดอย่างนี้ หากเราช้าคนอื่นก็จับจองพื้นที่ไปหมด คนไทยยังกลัวอยู่ เราต้องไม่กลัว ต้องคิดใหม่" นายสุรินทร์ กล่าว
เลขาธิการอาเซียน กล่าวยอมรับว่าจุดอ่อนของไทยคือเรื่องภาษาอังกฤษ ดังนั้นรัฐบาลต้องเข้ามาช่วยเหลือพัฒนาทักษะ โดยพัฒนาระบบรถไฟแต่ไม่มีการนำมาพัฒนาทักษะของคนในประเทศแล้ว จะทำให้แข่งขันกับประเทศอื่นในอาเซียนได้ยาก
ที่มา:สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2009
http://www.ryt9.com/s/iq03/758347
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อ1. การก่อตั้งกองทุนช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีในอาเซียนจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร
ข้อ2. สาเหตุอะไรที่เป็นจุดอ่อนของไทยที่ทำให้ประเทศไทยแข่งขันกับประเทศอื่นในอาเซียนได้ยาก
ข้อ3. จากจุดอ่อนที่เกิดในข้างข้นต้นท่านมีวิธีในการแก้ไขอย่างไร
นายพีระพล บุญญารัตนสถาพร เลขทะเบียน 4902100666
เรื่อง เลขาอาเซียน แนะSMEsไทยเร่งบุกตลาดอาเซียน เปิดช่องทางขยายธุรกิจ
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง เออีซี:โอกาสทองทางเศรษฐกิจไทย ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ที่จ.เชียงใหม่ว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งอาเซียน มีความห่วงการเปิดเสรีการค้า ซึ่งอาเซียนได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีในการสร้างกลไกให้อาเซียนเป็นฐานตลาดเดียวกัน เพื่อต้องการเห็นภาคธุรกิจอาเซียนข้ามไปลงทุนระหว่างกันมากกว่าที่จะเห็นภาพของบรรษัทข้ามชาติมากอบโกยผลประโยชน์ในอาเซียนเหมือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้เห็นว่าห้างซูเปอร์มาร์เก็ตในอินโดนีเซีย มีสินค้าไทยวางขายจำนวนมาก แต่สินค้าที่วางขายกลับผ่านบริษัทข้ามชาติอย่างยูนิลีเวอร์ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการสร้างประชาคมอาเซียนแต่ต้องการให้ธุรกิจภายในอาเซียนไปข้ามไปลงทุนระหว่างกัน
"เราอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ต้องกล้าได้กล้าเสีย เพราะอย่างไรก็ต้องเปิดตลาดตามพันธกรณี หากอยู่ภายในประเทศตลาดจะเล็กเกินไป เช่น บริษัทกุนเชียงในสิงคโปร์ต้องการไปบุกตลาดอาเซียน เพราะตลาดภายในเล็กเกินไป เขาคิดอย่างนี้ หากเราช้าคนอื่นก็จับจองพื้นที่ไปหมด คนไทยยังกลัวอยู่ เราต้องไม่กลัว ต้องคิดใหม่" นายสุรินทร์ กล่าว
เลขาธิการอาเซียน กล่าวยอมรับว่าจุดอ่อนของไทยคือเรื่องภาษาอังกฤษ ดังนั้นรัฐบาลต้องเข้ามาช่วยเหลือพัฒนาทักษะ โดยพัฒนาระบบรถไฟแต่ไม่มีการนำมาพัฒนาทักษะของคนในประเทศแล้ว จะทำให้แข่งขันกับประเทศอื่นในอาเซียนได้ยาก
ที่มา:สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2009
http://www.ryt9.com/s/iq03/758347
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อ1. การก่อตั้งกองทุนช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีในอาเซียนจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร
ข้อ2. สาเหตุอะไรที่เป็นจุดอ่อนของไทยที่ทำให้ประเทศไทยแข่งขันกับประเทศอื่นในอาเซียนได้ยาก
ข้อ3. จากจุดอ่อนที่เกิดในข้างข้นต้นท่านมีวิธีในการแก้ไขอย่างไร
วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
จัดทำบทความโดย
นาย ศิรณัฐ ศรีไพศาลนนท์ เลขทะเบียน 4902100611
เรื่อง สายการบินแข่งอัดโปรโมชั่นแจกตั๋วฟรี-หั่นราคา20%
สายการบินเปิดศึกกระตุ้นตลาดช่วงไฮซีซั่น "แอร์เอเชีย" ออกตัวแรง แจกตั๋วฟรี 1 ล้านใบ พร้อมที่พักฟรี "วัน ทู โก" ขายถูกตั๋ว 1,000 บาท 300 ที่นั่งต่อวัน "สแกนดิเนเวียน" หั่นราคาตั๋วลง 20% "คาเธ่ย์ฯ" ส่งแพ็กเกจฮ่องกงชมแข่งม้านานาชาติสู้ นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า จากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่เชื่อว่ายังมีผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้บริษัทต้องวางกลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยโปรโมชั่นราคาเฉลี่ย 1 แคมเปญต่อ 2 สัปดาห์ ล่าสุดจัดแคมเปญแจกตั๋วฟรีรวมค่าธรรมเนียมทุกอย่าง 0 บาท จำนวน 1 ล้านที่นั่ง จาก 8 ฐานการบิน คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต กัวลาลัมเปอร์ โคตาคินาบาลู บันดุง จาการ์ตา สุราบายา และบาหลี ไปยัง 70 ปลายทาง ทั้งในและระหว่างประเทศ เปิดให้จองวันที่ 11-15 พฤศจิกายนนี้ ผ่าน www.airasia.com เพื่อบินในช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม-30 ตุลาคม 2553
นอกจากนี้ยังมี "โก ฮอลิเดย์" โปรแกรมท่องเที่ยว แจกห้องพักฟรี "0 บาท" ใน 180 โรงแรมชั้นนำทั่วเอเชีย และเตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ จากฐานที่กัวลาลัมเปอร์ ไปอาบูดาบี เทียนจิน และเฉินตู ในราคาโปรโมชั่นรวมทุกอย่างเริ่มต้นที่ 1,034 บาทต่อเที่ยว หรือเส้นทางโกลโคสต์ เมลเบิร์น และเพิร์ธ ราคารวมทุกอย่างเริ่มต้น 1,556 บาทต่อเที่ยว และเส้นทางลอนดอน ราคารวมทุกอย่างเริ่มต้นที่ 5,211บาทต่อเที่ยว
นายอุดม ตันติประสงค์ชัย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบิน "วัน ทู โก" กล่าวว่า สายการบินได้ออกแคมเปญ "เที่ยวทั่วไทย ไปกับวัน ทู โก" 1,000 บาทรวมทุกอย่าง 300 ที่นั่งต่อวันทุกเส้นทางบิน เดินทางได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ และกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ราคารวมทุกอย่าง 1,250 บาท จองตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม เดินทางถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552
ขณะที่สายการบินบางกอก แอร์เวย์ส ร่วมกับบางกอก ทราเวิล คลับ จัดโปรโมชั่น "Happy November" บัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับเส้นทางกรุงเทพฯ-สมุย พร้อมที่พัก 2 คืน รวมค่าธรรมเนียมพร้อมอาหารเช้า ในราคา 8,500 บาทต่อคน สำหรับเดินทาง 2 คนขึ้นไป โรงแรมที่ร่วมรายการ ได้แก่ โรงแรมบันดารา รีสอร์ท & สปา โรงแรมบ้านสมุย รีสอร์ท โรงแรมโนราห์ เฉวง โรงแรมปัณปรีดา ฮิป รีสอร์ท และโรงแรมสมุย ปาล์ม บีช รีสอร์ท เริ่มตั้งแต่วันนี้-30 พฤศจิกายน 2552
ทางด้านสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค เตรียมสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ โดยจัดงาน Cathay Pacific Hong Kong International Races 2009 (CXHKIR) การแข่งม้าระดับโลกที่ฮ่องกง ในวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พร้อมจัดแพ็กเกจท่องเที่ยว 5 รูปแบบ ในราคาเริ่มต้น 9,200 บาท รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ฮ่องกง, ค่าภาษีสนามบิน, ค่าธรรมเนียมความปลอดภัย และบัตรเข้าชมการแข่งขัน จองแพ็กเกจได้ถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2552
นายฮาแกน โอลส์สัน ผู้อำนวยการภาคพื้นกรุงเทพ และผู้จัดการทั่วไป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สายการบินสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์ส กล่าวว่า สายการบินจัดโปรโมชั่นลดราคาตั๋ว 20% เที่ยวบินกรุงเทพฯ-สแกนดิเนเวีย ในชั้นประหยัด รวมค่าธรรมเนียม และภาษีสนามบิน ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป
ที่มา : http://news.buddyjob.com/economic/show_news-28414-5.html
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อ 1.สายการบินใดจัดโปรโมชั่น "Happy November"
ข้อ 2.สาเหตุใดทำให้แต่ละสายการบินต้องวางกลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว
ข้อ 3.สายการบินใดบ้างที่ไม่ได้จัดโปรโมชั่นเกี่ยวกับต่างประเทศ
นาย ศิรณัฐ ศรีไพศาลนนท์ เลขทะเบียน 4902100611
เรื่อง สายการบินแข่งอัดโปรโมชั่นแจกตั๋วฟรี-หั่นราคา20%
สายการบินเปิดศึกกระตุ้นตลาดช่วงไฮซีซั่น "แอร์เอเชีย" ออกตัวแรง แจกตั๋วฟรี 1 ล้านใบ พร้อมที่พักฟรี "วัน ทู โก" ขายถูกตั๋ว 1,000 บาท 300 ที่นั่งต่อวัน "สแกนดิเนเวียน" หั่นราคาตั๋วลง 20% "คาเธ่ย์ฯ" ส่งแพ็กเกจฮ่องกงชมแข่งม้านานาชาติสู้ นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า จากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่เชื่อว่ายังมีผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้บริษัทต้องวางกลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยโปรโมชั่นราคาเฉลี่ย 1 แคมเปญต่อ 2 สัปดาห์ ล่าสุดจัดแคมเปญแจกตั๋วฟรีรวมค่าธรรมเนียมทุกอย่าง 0 บาท จำนวน 1 ล้านที่นั่ง จาก 8 ฐานการบิน คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต กัวลาลัมเปอร์ โคตาคินาบาลู บันดุง จาการ์ตา สุราบายา และบาหลี ไปยัง 70 ปลายทาง ทั้งในและระหว่างประเทศ เปิดให้จองวันที่ 11-15 พฤศจิกายนนี้ ผ่าน www.airasia.com เพื่อบินในช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม-30 ตุลาคม 2553
นอกจากนี้ยังมี "โก ฮอลิเดย์" โปรแกรมท่องเที่ยว แจกห้องพักฟรี "0 บาท" ใน 180 โรงแรมชั้นนำทั่วเอเชีย และเตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ จากฐานที่กัวลาลัมเปอร์ ไปอาบูดาบี เทียนจิน และเฉินตู ในราคาโปรโมชั่นรวมทุกอย่างเริ่มต้นที่ 1,034 บาทต่อเที่ยว หรือเส้นทางโกลโคสต์ เมลเบิร์น และเพิร์ธ ราคารวมทุกอย่างเริ่มต้น 1,556 บาทต่อเที่ยว และเส้นทางลอนดอน ราคารวมทุกอย่างเริ่มต้นที่ 5,211บาทต่อเที่ยว
นายอุดม ตันติประสงค์ชัย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบิน "วัน ทู โก" กล่าวว่า สายการบินได้ออกแคมเปญ "เที่ยวทั่วไทย ไปกับวัน ทู โก" 1,000 บาทรวมทุกอย่าง 300 ที่นั่งต่อวันทุกเส้นทางบิน เดินทางได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ และกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ราคารวมทุกอย่าง 1,250 บาท จองตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม เดินทางถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552
ขณะที่สายการบินบางกอก แอร์เวย์ส ร่วมกับบางกอก ทราเวิล คลับ จัดโปรโมชั่น "Happy November" บัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับเส้นทางกรุงเทพฯ-สมุย พร้อมที่พัก 2 คืน รวมค่าธรรมเนียมพร้อมอาหารเช้า ในราคา 8,500 บาทต่อคน สำหรับเดินทาง 2 คนขึ้นไป โรงแรมที่ร่วมรายการ ได้แก่ โรงแรมบันดารา รีสอร์ท & สปา โรงแรมบ้านสมุย รีสอร์ท โรงแรมโนราห์ เฉวง โรงแรมปัณปรีดา ฮิป รีสอร์ท และโรงแรมสมุย ปาล์ม บีช รีสอร์ท เริ่มตั้งแต่วันนี้-30 พฤศจิกายน 2552
ทางด้านสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค เตรียมสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ โดยจัดงาน Cathay Pacific Hong Kong International Races 2009 (CXHKIR) การแข่งม้าระดับโลกที่ฮ่องกง ในวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พร้อมจัดแพ็กเกจท่องเที่ยว 5 รูปแบบ ในราคาเริ่มต้น 9,200 บาท รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ฮ่องกง, ค่าภาษีสนามบิน, ค่าธรรมเนียมความปลอดภัย และบัตรเข้าชมการแข่งขัน จองแพ็กเกจได้ถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2552
นายฮาแกน โอลส์สัน ผู้อำนวยการภาคพื้นกรุงเทพ และผู้จัดการทั่วไป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สายการบินสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์ส กล่าวว่า สายการบินจัดโปรโมชั่นลดราคาตั๋ว 20% เที่ยวบินกรุงเทพฯ-สแกนดิเนเวีย ในชั้นประหยัด รวมค่าธรรมเนียม และภาษีสนามบิน ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป
ที่มา : http://news.buddyjob.com/economic/show_news-28414-5.html
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อ 1.สายการบินใดจัดโปรโมชั่น "Happy November"
ข้อ 2.สาเหตุใดทำให้แต่ละสายการบินต้องวางกลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว
ข้อ 3.สายการบินใดบ้างที่ไม่ได้จัดโปรโมชั่นเกี่ยวกับต่างประเทศ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)